ค่ำคืนแห่งปาฏิหาริย์ ค่ำคืนแห่งอิสตันบูล

ถึงเรื่องราวจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในความทรงจำของทุกคน ที่เรียกตัวเองว่า THE KOP  ในช่วงเวลาก่อนการแข่งขันแมทช์ที่ทุกคนรอคอย ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เอซี มิลาน ในปี2005 ก่อนเกมเรารู้ดีว่าเราเจอกับทีมที่สุดยอดจากอิตาลี และที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือมิลาน มีเชฟเชนโก้ ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าที่ดีที่สุดในโลกคนนึงเลยก็ว่าได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องหวาดกลัวอะไรสักเท่าไรกับการที่เราเดินทางมาถึงนัดชิงนะเลิศ และเส้นทางของเราต่างเจอทีมที่แข็งแกร่งมากมายแต่เราก็ฝ่ามาได้

เริ่มเสียงนกหวีดดังขึ้นสายตาของผมจับจ้องไปที่ทีวี พร้อมกับลุ้นทีมรักของตัวเองอย่างใจจดใจจอ แต่ผ่านไปแค่ช่วงต้นเกมกับทำให้ผมช็อคหนัก กลับการโดนขึ้นนำไปก่อน แต่ความเลวร้ายยังไม่หมดแค่นี้หลังจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูลโดนไป 3 – 0 ซึ่งในใจหลายคนอยากจะปิดทีวีนอนซะด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าผ่านมาถึงตั้งนัดชิงชนะเลิศทำได้แค่นี้เองหรือไง

แต่ก็ฝืนดูเพราะยังอยากดูให้จบอย่างน้อยเอาคืนสักลูกจะได้แพ้ไม่น่าเกียจ แต่หลังจากนักเตะลงมาในช่วงครึ่งหลังผู้เล่นแต่ละคนเล่นดูมุ่งมั่นกว่าปกติ ถึงแม้จะโดนนำไปถึง3 ประตูแต่เหล่ากองเชียร์ THE KOP  ทั้งหลายต่างร้องเพลง ปลุกเร้าทีมอยู่เสมอ เสมือนดังเพลงที่ขับร้อง you will never walk alone ที่คอยอยู่เคียงข้างนักเตะของเขาไม่มาจะลำบากหนักหนาสักแค่ไหน

แต่ใครจะไปคิดละครับกับการโดนนำไปก่อนถึง3–0 กับตีเสมอได้ 3-3 และแค่เพียง 10นาทีเท่านั้น หลังจากที่นักเตะหนุ่มชาวสเปนที่มีนามว่า อลอนโซ่ ยิงจุดโทษตีเสมอเข้าไปได้นั้ ในหัวผมคิดอยู่อย่างเดียวคือ ค่ำคืนนี้เป็นของเราแล้ว เราต้องทำได้อย่างแน่นอน เวลาในเกมต่างก็ล่วงเลยไม่มีใครทำอะไรกันได้จนมาถึงการดวลจุดโทษเพื่อชี้ขาดกัน ยิ่งเป็นเวลาที่บีบคั้นหัวใจแฟนบอลมากที่สุด

หลังจากการดวลจุดโทษจบลงยิ่งทำให้ผมทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่าเราทำได้ไง ทีมเราเป็นแชมป์หรอเนี่ย เพราะว่าเชฟเชนโก้เป็นคนสุดท้ายของมิลานที่ยิงจุดโทษถ้าเข้าก็หมายความว่ายื้อเวลาต่อแต่ถ้าพลาดก็เป็นอันว่ามิลานจบ และในที่สุดลิเวอร์พูลก็ทำได้พร้อมทั้งเห็นผู้เล่นต่างกระโดดดีใจกับความสำเร็จครั้งนี้ นี้คือแชมป์สมัยที่ 5 ของพวกเรา โดยส่วนตัวเหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นแมทช์ที่ประทับใจที่สุดของผมเลยก็ว่าได้ ใครจะไปคิดว่านี้จะเป็นค่ำคืนปาฏิหาริย์ ของพวกเรา

ภาพจาก : http://www2.nurnia.com/images/upload/Football/UCL-1.jpg

6 หัวหอก ของทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

เวนย์ รูนีย์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รูนีย์ ถือได้ว่าเป็นหัวใจของเกมรุกเลยก็ว่าได้ด้วยทักษะการทะลุทะลวงคู่แข่งถือได้ว่าไม่เป็นรองผู้ได้แถม ฤดูกาลนี้มักมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว สไตล์การเล่นจะเป็นหน้าต่ำซะมากกว่าตัวเป้า เพื่อค่อยทำเกมและวิ่งไปทั่วสนาม

 

อเดบายอร์ – สเปอร์

ถือได้ว่า เป็นการเซ็นสัญญายืมตัวที่คุ้มค่าคนนึงเลยของทีมไก่เดือยทอง ในการยืมมาจาก แมนเชสเตอร์ซิตี้ เพียงเล่นไม่กี่นัดอเดบายอร์ก็แสดงความสามารถให้เห็นออกมาแล้ว อย่างเช่นในนัดที่เปิดบ้านถล่มลิเวอร์พูลเข้าเองก็สามารถทำประตูได้อีกด้วย

 

เฟร์นานโด ตอเรส – เชลซี

ตอเรส อาจจะมีฤดูกาลที่แย่ในฤดูกาลที่แล้วเพราะเขาทำประตูได้เพียง ลูกเดียวในครึ่งฤดูกาลหลัง แต่ปีนี้ตอเรสก็เริ่มแสดงความสามารถที่แท้จริงให้เห็นความยอดเยี่ยมมากขึ้นและมีส่วนร่วมกับทีมจนในตอนนี้เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการเป็น ตอเรสคนเดิมที่เคยค้าแข้งกับลิเวอรพูลอีกครั้ง

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ – อาร์เซนอล

ถึงแม้อาร์เซนอลในฤดูกาลนี้จะเจอปัญหาเรื่องสภาพจิตใจเนื่องจากฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีนักแต่ ฟาน เพอร์ซี่ ก็ยังเป็นหัวใจหลักในแนวรุกผลิตสกอร์อยู่ดี และอาจพูดได้ว่าถ้าขาดถ้าขาดนักเตะคนนี้ไป ถึงกับขาดใจเลยก็ว่าได้

 

หลุยส์  ซัวเรซ – ลิเวอร์พูล

ฤดูกาลที่แล้ว ซัวเรซ สามารถโชว์ได้สุดยอดนับตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนามให้หงส์แดงลิเวอร์พูล และยิ่งเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนมากยิ่งขึ้นในปีนี้ ว่าเขาจะสร้างความมหัศจรรย์อะไรให้ผู้ชมกันบ้าง

 

อเกวโร่ กุน – แมนเชสเตอร์ซิตี้

อเกวโร่ เป็นนักเตะที่คึกโครมที่สุดคนนึงในตลาดซื้อขายนักเตะพรีเมียร์ที่ผ่านมาหลังจากย้ายมาด้วยถึง 38 ล้านปอนด์ในการคว้ามาจากแอต มาดริด เพราะนี้คือนักเตะที่สุดยอดคนนึงใน ลาลีกา สเปนเลย

 

 

ภาพจาก : http://www.liverpool-club.com/webboard/index.php?action=dlattach;topic=3200.0;attach=4771;image

มองตลาดซื้อขายฤดูหนาว กับความไม่ลงตัวของทีม

ฤดูกาลนี้เริ่มต้นด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ ของผู้เล่นหน้าใหม่ ที่เล่นกันดูดีมีอนาคต แต่ทำไมก็ไม่รู้นะครับยิ่งผ่านไปกี่นัดต่อกี่นัดกับยังหาความลงตัวไม่เจอสักที่ไม่ว่าจะเป็นกองหน้า กองกลาง หรือโดยเฉพาะตำแหน่งกองหลังที่เป็นจุดบอดให้คู่แข่งโจมตีอยู่ตลอด

ตัวผู้เล่นที่เป็นข่าวในช่วงนี้อาจจะมีความเป็นไปได้ที่ทีมเราจะดึงเข้ามาเพิ่มศักยภาพก็เป็นได้ครับในช่วง เปิดตลาดซื้อขายนักเตะช่วงมกราคมนี้ครับ

ตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง – ตกเป็นข่าวกับ แยน เวอร์ท็องเกน ปราการหลังชาวเบลเลียม ของ อาแจ็กซ์ เพื่อมาอุดแนวรับที่เป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ เนื่องจาก แอกเกอร์ได้รับอาการบาดเจ็บ หรืออาจเป็น แกรี่ เคฮิลล์ ของโบลตัน แต่นักเตะรายนี้อาจจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากยักษ์ใหญ่ในยุโรปกำลังจับตาดูสถานะการอยู่

ตำแหน่งกองกลาง – ลิเวอร์พูลเคยเกือบได้ตัว จอร์นสันจากแมนซิตี้แต่เนื่องจากหมดเวลาตลาดซื้อขายเสียก่อนเป็นไปได้อาจมีการรื้อแผนการดึงตัวอีกครั้ง และมีข่าวลือออกมาว่า ลิเวอร์พูลทำข้อตกลงกับลีลล์ในการดึงตัวฮาซาร์ ปีกจอมพริ้วของลีลล์ในกรณีปล่อย โจ โคลให้ยืม แถมมีข่าวเตรียมดึงดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง กาสตัน รามิเรซ สุดยอดมิดฟิลด์ทีมโบญญ่า ชาวอุรุกวัย ส่วนรายของ ฮัมซิค ของนาโปลี น่าจะเป็นข่าวลือมากกว่า

ตำแหน่งกองหน้า  – ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีข่าวว่าทางประธานสโมสรนาโปลีตั้ง ค่าฉีกสัญญา เอเซเกล ลาเวซซี่ไว้ที่ 26 ล้านปอนด์ ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่ คิงเคนนี่ จะดึงมาแก่สถานการณ์เกมรุกของทีมให้มีประสิทธิภาพก็เป็นได้

ทั้งนี้ก็แค่การคาดการณ์ของผมและมองถึงความเป็นไปได้ในการจะดึงมาร่วมทีม นอกจากนักเตะที่ตกเป็นข่าวในข้างต้นนี้บางทีอาจจะเป็นนักเตะที่ไม่เคยตกเป็นข่าวเลยก็ได้ครับ

ภาพจาก : http://www.thairath.co.th/media/content/2011/08/04/191379/hr1667/630.jpg

เรียกเขาว่า “ลูกพี่เจิด”

หากพูดถึงลิเวอร์พูลยุคนี้ ก็ต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นดั่งโลโก้ของทีม ซึ่งเติบโตขึ้นมาจากชุดเยาวชนของทีมเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนพัฒนาฝีเท้าจนครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่เจ๋งที่สุดในโลกมาแล้วเขาคนนั้นก็คือ “Steven Gerrard”  หรือที่แฟนบอลชาวไทย มักเรียกกันว่า เจิด หรือหัวขิง นั้นเอง บอกเลยว่าในช่วงหลังๆมานี้เขามักมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ แมทช์สุดท้ายที่ได้ลงเล่นก็คือเกมที่ช่วยทีมลิเวอร์พูลเอาชนะแมนยู เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ในช่วงซัมเมอร์ เป็นช่วงที่ กัปตัน ของเราต้องรักษาและพักฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างหนัก ซึ่งก็ทำให้แฟนบอลอย่างเราๆอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะบางทีอาการบาดเจ็บครั้งนี้ถือได้ว่าหนักที่สุดในชีวิตค้าแข้งของ เจอร์ราดเลยก็ว่าได้ แต่ทีมก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการขาดหายไปของทีมไม่ส่งผลก็ทบมากมายเนื่องจากปลายฤดูกาลที่แล้วทีมลิเวอร์พูล ก็ทำผลงานได้ดีอยู่เหมือนกัน

ช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ที่ผ่านไปประมาณ5 นัด เจอร์ราดก็สามารถสลัดอาการบาดเจ็บและซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้บ้างแล้ว และยิ่งทำให้ขวัญกำลังใจของทีมดูดียิ่งขึ้นเมื่อได้ผู้นำในสนาม หายกับมาจากอาการบาดเจ็บ เพราะที่ผ่านมาในทีมเหมือนขาดแรงกระตุ้นอะไรบางอย่าง จนทำให้ผลงานในสนามยังไม่เป็นที่พอใจมากนัก

ถึงแม้กัปตัน ของเราจะหายจากอาการบาดเจ็บเราก็ไม่ควรรีบเร่งใช้งานหนักมากเกินไปและควรซื้อตัวผู้เล่นที่สามารถลดภาระของกัปตันได้ดีกว่านี้เพราะฟุตบอลไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เพียงนักเตะแค่คนเดียว แต่ต้องมาจากประสิทธิภาพความสามัคคีของผู้เล่นทุกคนในทีมเท่านั้น

ภาพจาก : http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2009/01/23/article-0-00740FB4000004B0-949_468x380.jpg

วิเคราะห์หลังเกมLiverpool vs Wolves

จบไปแล้วนะครับสำหรับเกมเมื่อคืนวาน ที่ทางลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟไปได้ 2-1เรามาดูรายชื่อตัวผู้เล่นกันครับ

รายชื่อ11นักเตะก่อนลงสนามของทั้งสองทีม 

ลิเวอร์พูล :  เรน่า ,มาร์ติน เคลลี่ , สเคอร์เทล ,คาร์ราเกอร์ ,โฆเซ่ เอ็นริเก้ ,ลูคัส เลว่า ,ชาร์ลี อดัม ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ,ดาวนิ่ง ,ซัวเรซ ,แอนดี้ แคร์โรลล์

วูลฟ์ : เวย์น เฮนเนสซีย์ ,ริชาร์ด สเตียร์แมน,โรเจอร์ จอห์นสัน ,คริสตอฟ แบร์ร่า ,สตีเฟ่น วอร์ด,คาร์ล เฮนรี ,สตีเฟ่น ฮันท์ ,เดวิด เอ็ดเวิร์ดส ,เจมมี่ โอฮาร่า,แมทธิว ยาร์วิส,เควิน ดอย์ล

โดยรูปเกมในครึ่งแรกต้องบอกเลยว่าทางฝั่งเจ้าบ้านคุมสถานะการณ์ไว้ได้ทั้งหมดโดยได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ชาลีอดัมยิงไกลไปแฉลบ โรเจอร์ จอห์นสัน เข้าประตูไป ตั้งแต่10นาทีแรก ลดความกดดันไปได้พอสมควร ต่อมาในนาทีที่38 ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูนำห่างออกไปอีกเป็น 2-0 จากการเปิดข้ามกองหลังของ เอ็นริเก้ ไปให้ ซัวเรส หลุดเข้าไปใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกยิงจังหวะ2 เนื่องจากกองหลังลงมาบล็อกกันเร็ว แล้วเข้ามุมแคบไปอย่างสุดยอด จบครึ่งแรกเจ้าถิ่นนำอย่างสบายใจไปก่อน 2-0

แต่พอมาครึ่งหลัง รูปเกมกับแตกต่างจากครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด และเป็นทางวูล์ฟเป็นฝ่ายบุกกดดันตั้งแต่ต้นครึ่งหลังจนได้ประตูขึ้นนำจากสตีเฟ่น เฟลทเชอร์ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาแทนเดวิด เอ็ดเวิร์ดส ยิงตีตื้นขึ้นมา ทำให้จุดอ่อนด้านเกมรับของเจ้าถิ่นเห็นได้ชัดขึ้น จนเกือบจะโดนตีเสมอหลายครั้ง แต่เกมนี้ก็เอาตัวรอดไปได้พร้อมเก็บ 3 คะแนนเต็ม ขึ้นที่ 5 ของตารางห่างจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ 6 คะแนน

ในเกมดังกล่าวลิเวอร์พูลยังมีการบ้านให้แก้ค่อนข้างเยอะพอสมควรเนื่องจากปัญหาเกมรับที่ยังเป็นจุดอ่อนของทีม และความเฉียบคมในแดนหน้าที่หวังพึ่งได้แค่ ซัวเรส เพียงคนเดียว ส่วนแดนกลางเนื่องจากมีผู้เล่นเข้ามาใหม่ค่อนข้างเยอะอาจทำให้ความเข้าใจกันน้อย เกมดูไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามในแมตช์หน้าที่จะไปเยือนเอฟเวอร์ตันก็หวังว่าทางหงส์แดงเรานั้นจะเริ่มปรับจูนการเล่นของทีมให้ดีขึ้น หากผลงานยัง3วันดี4อยู่ ก็จะไม่ต่างอะไรกับฤดูกาลที่แล้ว

ภาพจาก : http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2011/09/24/article-2041345-0E1110A200000578-439_634x394.jpg

วิเคราะห์ก่อนเกม Liverpool vs Wolves

นัดนี้จะเป็นนัดที่ 6 ของฤดูกาล และก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา2นัดในเกมลีก ลิเวอร์พูลทำผลงานได้หน้าผิดหวังเป็นอย่างมาก จากการไปเยือน สโต๊ค และ สเปอร์ ผลที่ได้คือแพ้รวด2นัดติด จนหาทางกลับบ้านแทบไม่เจอ แถม2นัดที่ผ่านมาเสียไปแล้วถึง5ประตู แต่นัดนี้ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้หาฟอร์มการเล่นที่ดีให้เจอ เนื่องจากทางฝั่งหงส์แดงจะได้เปิดบ้าน แอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของวูล์ฟนั้นเอง

โดยแผนการเล่นในคืนนี้คาดว่าหน้าจะใช้ 4-4-2 ตามสูตร

ผู้รักษาประตู – จะเป็น โฆเซ่ เรน่า ประจำการตามเดิม

กองหลัง – ทางด้านแบ็คซ้าย – ขวา จะเป็นโฆเซ่ เอ็นริเก้ กับ มาร์ติน เคลลี่ ค่อยเติมเกมทั้ง 2 ข้าง เซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กลางจะเป็น คาร์ร่า กับ สเคอร์เทล บัญชาเกมรับหน้าผู้รักษาประตู

กองกลาง –  ลูคัสจะรับบทเป็นคู่กลางร่วมกับ ชาลี อดัม ด้านปีกซ้ายเป็นทาง ดาวนิ่งโจมตีจากด้านปีก ปีกขวาหน้าจะเป็น เดิร์ค เค้าค่อยขึ้นเกมรุก

กองหน้า – จะเป็น ซัวเรสขับเคลื่อนเกมรุก และทำประตูร่วมกับ เบลลามี่ที่ฟอร์มดีทีเดียวในเกมคาร์ลิ่งคัพ

เกมนี้ทางฝั่งหงส์แดงจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้เนื่องจากพลาดมาแล้ว2นัดในลีก และนี้จะเป็นเกมกู้ศรัทธาเพื่อแฟนบอลและเป็นเกมในบ้าน เกมนี้คาดว่าน่าจะใช้ความเป็นเจ้าบ้านขึงเกมรุก และปิดเกมได้ไม่ยากนัก

สกอร์ตามคาด  ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 3-1

ภาพจาก : http://www.gamblingkingz.com/news/2010/12/28/epl-betting-preview-liverpool-vs-wolves.asp

โคอาเตส กองหลังแดนจอมโหด

ต้องบอกก่อนเลยว่าผมรู้จักกับนักเตะรายนี้น้อยมาก ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ทำไมดัลกลิชถึงไปส่อยมาได้ จากที่ได้เห็นนักเตะรายนี้ เริ่มแรกเดิมทีก็ต้องในเกมชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ในศึก โคปา อเมริกาใต้ 2011 ที่จัดขึ้นในประเทศอาร์เจนติน่า ในคู่นัดชิง อุรุกวัย กับ ปารากวัย ใจจริงในเกมนี้ก็แค่อยากจะตามเชียร์ ซัวเรซ ศูนย์หน้า ฟันไม่เข้าของทีมเราก็เท่านั้น

และในนัดดังกล่าวทางซัวเรซเองก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวในการซัดประตูขึ้นนำ ปารากวัยได้ แต่เมื่อหันไปมองแผงหลังก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็น กองหลังที่มีนามว่า โคอาเตส จนรู้สึกสงสัยว่าไอ้หมอนี้มันใครกัน ตัวก็ใหญ่ผิดมนุษย์ซะอย่างงั้นจากประวัติ ด้วยความสูง 6ฟุต6นิ้วหรือประมาณ199ซม. จึงไม่แปลกใจว่าลูกกลางอากาศกินเจ้านี้ได้ยากเหลือเกิน และทางบอลถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แถมหลังจบเกมกับได้ดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์อีกต่างหาก

จนในที่สุดก็เป็นทางลิเวอร์พูลไปดึงตัวมาร่วมทีมเป็นเพื่อน ซัวเรซจนได้ โดยการซื้อตัวมาจากทีมนาซิอองนาล จากลีกบ้านเกิดที่อุรุกวัย  โดยทางโคอาเตสเองก็ได้เผยว่า เขาได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมชาติ อย่าง ซัวเรซ และทาง ซัวเรซเองก็เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจของเขาในการย้ายมาลิเวอร์พูล ด้วยวัยเพียง 20 ปีกับการย้ายข้ามลีกที่อยู่คนละซีกโลก ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าจะปรับตัวกับลีกเมืองผู้ดีได้หรือไม่เพราะรูปแบบการเล่นค่อนข้างแตกต่างกับลีกบ้านเกิดอย่างชัดเจน

ในช่วงเปิดฤดูกาลโคอาเตสก็ต้องรอโอกาสในการลงเล่นไปก่อน เนื่องจากต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ ในที่สุดก็ได้โอกาสลงเล่นในเกมกับสเปอร์ โดยเปลี่ยนลงมาแทน แอกเกอร์ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ด้วยการลงสนามนัดแรกอาจจะดูตื่นสนามอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้แสดงความผิดพลาดอะไรมากมายถึงแม้จบเกมจะจบด้วยความแพ้ของลิเวอร์พูลก็ตาม แต่ผมก็เชื่อว่าเหล่า thekopทุกคนก็ต่างเอาใจช่วยนักเตะรายนี้ให้ทำผลงานและพิสูจน์ตัวเองให้ได้นั้นเองครับ

ภาพจาก : http://www.liverpool.in.th/readnews.php?idnew=7977

เบลลามี่ รีเทิร์น

จบไปแล้วนะครับกับเกมการแข่งขันคาร์ลิ่งคัพ ที่ลิเวอร์พูลเฉือนชนะไบรน์ตันไปได้ 2 ประตูต่อ 1 จากฟอร์มที่ถือว่าเล่นดีเลยที่เดียวของ เบลลามี่ อดีตศูนย์หน้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่นัดนี้สามารถทำประตูเบิกร่องไปก่อน 1-0ในเกมดังกล่าวเบลลามี่ได้เล่นร่วมกับ ซัวเรซในแดนหน้าและก็ดูเขาขากันได้ดีอีกด้วย

ถ้าใครยังจำกันได้ เบลลามี่เองก็เคยมาค้าแข่งในถิ่นแอนฟิลด์มาแล้วครั้งหนึ่งสมัยยุค ราฟา เอล เบนิเตซ ฤดูกาล 2006-2007 และวีรกรรมสุดแสบ ในขณะเก็บตัวฝึกซ้อมที่โปรตุเกสก่อนเจอบาร์เซโลน่า  และมีการสังสรรค์ในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เบลลามี่ได้มีปากเสียงกับ รีเซ่ จนมาถึงเหตุการณ์เบลลามีเอาไม้กอล์ฟไปหวดขา รีเซ่ตามที่เป็นข่าว ซึ่งถือว่าเป็นที่สนใจของสือแย่างมาเลยทีเดียว

ในช่วงก่อนเกมแชมป์เปี่ยนลีกกับบาร์เซโลน่า และในการไปเยือน คัมป์นูนั้น  ก็ได้ทำสิ่งที่ทุกคนประหลาดใจด้วยการกลับออกมาจากรังบาซ่า จากการเฉือนชนะเจ้าบ้าน 2-1 และเบลลามี่เองก็สามารถทำประตูในเกมดังกล่าวได้อีกด้วยแถมยังโชว์ท่าดีใจกวนๆโดยการโชว์วงสวิงกอล์ฟนั้นเอง

แต่ฤดูกาลนั้นก็เป็นแค่ฤดูกาลเดียวที่ตัวเขาเองได้ค้าแข่งกับลิเวอร์พูล จนมาถึงยุค เคนนี่ ดัลกลิช ที่มองเห็นความสามารถและดึงเขากลับมาอีกครั้ง ถึงแม้ด้วยวัยจะ32 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า เบลลามี่ เป็นนักเตะที่รักษาความฟิตได้ดีเลยทีเดียว บวกกลับประสบการณ์และความเก๋าด้วยแล้ว  เบลลามี่อาจจะเป็นคนที่มาเติมเต็มในแดนหน้าของทีมได้ดีอย่างแน่นอน

 

ภาพจาก : http://mooakikofc.blogspot.com/2011/09/blog-post_3320.html

10 นักเตะ ที่น่าจับตามองในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2011-2012 ตอนจบ

http://bit.ly/riOr7z

6. สก็อตต์ ซินแคลร์ (สวอนซี)

หอกดาวรุ่งของทีมน้องใหม่สวอนซีรายนี้ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามองคนนึงเลยก็ว่าได้ จากความสามารถการจบสกอร์อันเฉียบคมในกรอบเขตโทษบวกกับความเร็วถือได้ว่าเป็นตัวอันตรายของกองหลังเลยที่เดียว ผู้จัดการทีมสวอนซีที่ได้เห็นฟอร์มในช่วง ปรีซีซั่น ก็เชื่อมั่นว่า ซินแคลร์ จะสามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้อย่างแน่นอน และสามารถพาทีมหนีรอดการตกชั้นได้แน่

 

http://bit.ly/qPJddP

7. เชน ลอง (เวสต์บรอมวิช)

เชน ลอง ฤดูกาลที่ถือว่าทำผลงานได้สุดยอดเลยทีเดียวกับเรดดิ้ง ทำให้ไปเข้าตา รอยฮอดสัน กุนซือ เวสต์บรอมวิช ไปดึงตัวมาและถือว่าเป็น ศูนย์หน้าตัวความหวังคนนึงของทีมไปแล้ว เรามาดูกันสิว่า เชน ลอง จะพา เวสต์บรอมวิช หนีรอดการตกชั้นฤดูกาลนี้ได้หรือไม่

 

http://bit.ly/n63Wz7

8. กุน อเกร์โร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มทุนสร้างถึง 38 ล้านปอนด์ในการคว้าตัว ทำให้ทุกคนต่างจับตาว่า กุน จะสามารถแสดงความยอดเยี่ยมเชกเช่นด้วยที่ทำไว้กับ แอต มาดริด แห่งศึกลาลีกาสเปนได้หรือไม่ สไตล์การเล่นแบบขยันเซนด์บอลร้ายกาจและทักษะอันยอดเยี่ยม  เรามาดูกันสิว่าจะพา เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ลีกสุงสุดได้เป็น ครั้งแรกในรอบ 50 ปีได้หรือไม่

http://bit.ly/qDCINn

9. ชาร์ล เอ็นซ็อกเบีย (แอสตัน วิลล่า)

ฤดูกาลที่แล้ววีแกนรอดตกชั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะฝีเท้างของ ดาวเตะรายนี้มีความว่องไวสามารถไปกับบอลได้ดีและเป็นตัวอันตรายของทีมตรงข้าม ซึ่ง เอ็นซ็อกเบียจะสามารถโชว์ฝีเท้าได้ดีเสมอ ในเกมที่เจอกับคู่แข่ง ระดับเดียวกันโดยซัดไปแล้ว10ประตู ซึ่งผลงานก็ไปเข้าตา แอสตัน วิลล่า จนถูกดึงตัว

http://bit.ly/pKJ9tY

10. อาเดล ทารับต์ (ควีนส์พาร์ค)

เขาเป็นนักเตะที่มีทักษะเยี่ยมยอด การเล่นบอลกับพื้นที่ดี และยังมีการจ่ายบอลเฉียบแหลมอีกด้วย ซึ่งหากเล่นได้แบบท็อปฟอร์ม ไม่แน่อาจจะได้เห็นเขาผู้นี้ได้ไปอยู่ทีมใหญ่ก็เป็นได้ แถมฤดูกาล ที่แล้ว ทารับต์ ในวัย 21 ปี ซิวตำแหน่ง นักเตะยอดเยี่ยมประจำซีซั่น ของลีกแชมเปี้ยนชิพมาได้อีกด้วย

10 นักเตะ ที่น่าจับตามองในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2011-2012 ตอนแรก

หลังจากปิดตลาดซื้อขายนักเตะเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเลยว่าตลาดนักเตะปีนี้ดูจะเข้มข้นเป็นอย่างมาก เป็นธรรมมดาครับเมื่อมีการย้ายตัวผู้เล่น ระดับบิ๊กเนมและย้ายตัวด้วยค่าตัวมหาศาสก็ต้องเป็นที่จับตามองและคาดหวังจากแฟนบอลมากยิ่งขึ้น  เรามาดูกันดีกว่า 10 นักเตะที่น่าจับตามองในพรีเมียร์ลีกอังกฤษมีใครกันบ้าง

ภาพจาก http://bit.ly/piCbrG

1 ดาบิด เด เคอา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ดึง เด เคอา นายทวารดาวรุ่ง มาเพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์ แม้ในช่วงแรกของฤดูกาลจะมีขอผิดพลาดบ้าง แต่ก็สามารถแสดงพรสวรรค์ให้เห็นมาบ้างแล้ว จึงไม่แปลกใจที่ เฟอร์กี้ ยอมทุ่มเงินจำนวนถึง 17.8 ล้านปอนด์ ซื้อเจ้าหนูรายนี้

ภาพจาก http://bit.ly/qYDnnu

2 ราฟาเอล ฟาน เดอร์ฟาร์ท (สเปอร์ส)

ฟาน เดอร์ฟาร์ท เป็นเพลย์เมกเกอร์ที่สร้างสรรค์เกมได้สุดยอดคนนึงของพรีเมียร์ลีกจะว่าไปนี่คือ 1 ในผู้เล่นที่ สเปอร์ส ควักเงินซื้อตัวไปอย่างคุ้มค่าตัวที่สุดเลยก็ว่าได้ เขามีทั้งทักษะและเซนส์การจ่ายบอลอันคมกริบ ปีนี้ เขาจะยังคงเป็นแกนหลักของทีม ต่อไป และหลายคนเชื่อว่า ถ้าเขายังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม จะมีโอกาสนำทีมกลับมาเบียดในตำแหน่งท็อปโฟร์ได้อีกครั้งแน่นอน

ภาพจาก  http://bit.ly/q3FfW0

3 ฟิล โจนส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ในฤดูกาลที่แล้ว เขาทำผมงานได้ดีมากในการเล่นให้กับ แบล็คเบิร์น จน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เห็นแววของไอ้หนุ่มรายนี้ ก่อนตัดสินใจทุ่มเงินซื้อด้วยค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ โจนส์ นั้นถือเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ก็ว่าได้ เพราะสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นกองหลัง หรือกองกลาง ตัวรับ ก็ทำผลงานได้ดี ด้วยบุคลิกที่ดูเป็นผู้นำ จึงไม่น่าแปลกใจที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนในอนาคตของทีมชาติแทน จอห์น เทอร์รี่

ภาพจาก http://bit.ly/o3v6Yy

4 ฮวนมาต้า (เชลซี)

ต้องบอกเลยว่า มาต้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ บาเลนเซีย ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกในฤดูกาลที่แล้วด้วยไตล์การรากเลื้อยที่พริ้วไหว และการผ่านบอลที่ชาญฉลาดแถมจบสกอร์ได้ดีอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีทีมใหญ่ต่างให้ความสนใจคว้าตัว ปีกรายนี้ และก็เป็นทาง เชลซี คว้าตัวไปได้สำเร็จ

ภาพจาก http://bit.ly/nhDRGy

5 หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล)

ซัวเรส ได้ย้ายมาลิเวอร์พูลเมื่อช่วงต้นปีที่แล้วและก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการทะลุทะลวง ความขยัน และความสามารถเฉพาะตัวที่หาตัวจับยาก เชื่อเหลือเกินว่าฤดูกาลนี้ เข้าจะเล่นได้สุดยอดกว่าฤดูกาลที่แล้วและเป็นฝันร้ายของกองหลังทุกทีมอย่างแน่นอน

ก็ผ่านไป 5 คนแล้วนะครับกับนักเตะที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เรามารอลุ้นกันดีกว่าว่า 5 คนที่เหลือจะเป็นใคร โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้ครับ